สีกันไฟ ซีเมนต์กันไฟ และยิปซัมทนไฟใช้ได้ทั้ง 3 วิธี กฎหมายอาคารกำหนดอัตราการทนไฟเป็นชั่วโมง ไม่ได้กำหนดวัสดุ สีกันไฟ Neocoat หนา 0.5–3.5 มม. คงรูปทรงเหล็กและเพิ่มน้ำหนักน้อยที่สุด ซีเมนต์กันไฟหนาระดับเซนติเมตร ผิวหยาบ ยิปซัมทนไฟหุ้มเป็นกล่อง การเลือกขึ้นกับว่าเหล็กโชว์หรือซ่อน น้ำหนักที่รับได้ และสภาพหน้างาน
บทความนี้เทียบ 3 วิธีใน 8 หัวข้อ อธิบายข้อดีและข้อจำกัดของแต่ละวิธีตามหลักการ ให้เกณฑ์เลือก 5 ข้อสำหรับผู้ออกแบบ และตอบว่าผสมหลายวิธีในอาคารเดียวได้หรือไม่ ตัวเลขทั้งหมดในบทนี้เป็นของสีกันไฟ Neocoat จากเอกสารผู้ผลิต ส่วนซีเมนต์กันไฟและยิปซัมทนไฟเขียนเชิงหลักการโดยไม่อ้างตัวเลขของยี่ห้อใด
กฎหมายกำหนดอัตราการทนไฟ ไม่ได้กำหนดวัสดุ
กฎกระทรวงกำหนดการออกแบบโครงสร้างอาคารและลักษณะและคุณสมบัติของวัสดุที่ใช้ในงานโครงสร้างอาคาร พ.ศ. 2566 และประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ พ.ศ. 2567 กำหนดให้โครงสร้างหลักของอาคารทนไฟตามเวลาที่กำหนด โครงสร้างเหล็กที่ไม่ได้หุ้มคอนกรีตต้องมีวัสดุป้องกันไฟ และหน้าบริการของ Blue Rich สรุปอัตราของโรงงานและคลังสินค้าไว้ที่ 1–2 ชั่วโมงตามที่ผู้ออกแบบหรือบริษัทประกันภัยกำหนด รายละเอียดกฎหมายอยู่ในบทความกฎกระทรวง พ.ศ. 2566 กำหนดอัตราการทนไฟของโครงสร้างเหล็ก
สิ่งที่ผู้ตรวจต้องการจากทั้ง 3 วิธีเหมือนกัน คือผลทดสอบตาม ISO 834 หรือ ASTM E-119 ของวัสดุนั้น รายการคำนวณความหนารายหน้าตัด และหนังสือรับรองจากวุฒิวิศวกรโยธา วัสดุที่ให้อัตราการทนไฟตามที่ออกแบบและมีเอกสารครบใช้ได้ทั้งหมด การเลือกวิธีจึงเป็นเรื่องของหน้างาน น้ำหนัก และงบประมาณ ไม่ใช่เรื่องว่ากฎหมายบังคับวิธีใด
เทียบ 3 วิธีใน 8 หัวข้อ
| หัวข้อ | สีกันไฟ (Intumescent) | ซีเมนต์กันไฟ (พ่น) | ยิปซัมทนไฟ (หุ้มกล่อง) |
|---|---|---|---|
| ความหนาชั้นป้องกัน | 0.5–3.5 มม. ตาม Hp/A | ระดับเซนติเมตร | ความหนาแผ่นคูณจำนวนชั้น |
| น้ำหนักที่เพิ่ม | น้อยที่สุด ประมาณ 1 กก./ตร.ม. ต่อ 500 ไมครอน | มากที่สุด | ปานกลาง รวมโครงคร่าว |
| รูปทรงเหล็กหลังติดตั้ง | คงรูปทรง H หรือกลม | รูปทรงเดิมแต่ผิวหยาบและหนาขึ้น | กลายเป็นกล่องสี่เหลี่ยม |
| วิธีติดตั้ง | ลูกกลิ้ง แปรง หรือพ่นไร้อากาศ 2–3 เที่ยว | พ่นเปียก บางหน้าตัดต้องมีตาข่ายยึด | งานแห้ง ติดโครงคร่าวและยิงสกรู |
| พื้นผิวสำเร็จ | เรียบ ทาสีทับหน้าได้ทุกเฉด | หยาบ มักปล่อยเปลือย | เรียบ ฉาบรอยต่อแล้วทาสีได้ |
| งานที่เหมาะ | โครงสร้างโชว์ อาคารที่เปิดใช้งาน หลังคาโครงถัก | ห้องเครื่อง ฝ้าปิด โครงสร้างที่ไม่โชว์ | เสาและคานในพื้นที่ตกแต่งภายใน |
| จุดที่ต้องระวัง | ต้องวัดความหนาฟิล์มแห้งทุกชิ้น ต้องมีสีทับหน้ากันชื้น | ฝุ่น น้ำหนัก แตกร่อนเมื่อโดนกระแทก | รอยต่อและจุดเจาะทะลุ โดนน้ำแล้วเสีย |
| การตรวจรับ | รายงานความหนาฟิล์มแห้งรายชิ้น | วัดความหนาและความหนาแน่นของชั้นพ่น | ตรวจจำนวนชั้น รอยต่อ และการยึด |
ตัวเลขในคอลัมน์สีกันไฟมาจาก TDS ของ Neocoat คือช่วงความหนา 500–3,500 ไมครอน อัตราการทา 1 ตร.ม. ต่อ กก. ที่ 500 ไมครอน และการทา 2–3 เที่ยวที่ฟิล์มแห้ง 250 ไมครอนต่อเที่ยว คอลัมน์ซีเมนต์กันไฟและยิปซัมทนไฟเป็นลักษณะทั่วไปของวิธีนั้น ตัวเลขจริงต้องดูจากเอกสารของผู้ผลิตวัสดุที่เลือก
สีกันไฟบางที่สุดที่ 0.5–3.5 มม. และคงรูปทรงเหล็ก
สีกันไฟชนิดพองตัวทำงานด้วยการขยายตัวเป็นชั้นถ่านฉนวนเมื่อโดนความร้อน หน่วงไม่ให้เหล็กถึงอุณหภูมิวิกฤต 550°C ซึ่งเป็นจุดที่เหล็กเหลือกำลังราวครึ่งของค่าออกแบบ สีกันไฟ Neocoat สูตรน้ำมัน Intumescent Paint-S ทาที่ 500–3,500 ไมครอนตามค่า Hp/A ของแต่ละหน้าตัด ถัง 22 กก. ทาได้ราว 22 ตร.ม. ที่ 500 ไมครอน กลไกโดยละเอียดอยู่ในบทความสีกันไฟโครงสร้างเหล็ก พองตัวเป็นฉนวนกันเหล็กร้อนถึง 550°C
ข้อดีที่ทำให้ผู้ออกแบบเลือกสีกันไฟคือรูปทรงเหล็กยังเห็นชัดหลังทา น้ำหนักที่เพิ่มประมาณ 1 กก. ต่อ ตร.ม. ต่อความหนา 500 ไมครอน และทาสีทับหน้าได้ทุกเฉด อาคารที่โชว์โครงสร้าง โรงงานที่ใช้โครงถักหลังคา และอาคารที่ต้องทาระหว่างเปิดใช้งานด้วย สีกันไฟ Neocoat สูตรน้ำ Intumescent Paint-W ที่ไม่ใช้ทินเนอร์ เป็นกลุ่มที่สีกันไฟเหมาะกว่าอีก 2 วิธี
ข้อจำกัดคือความหนาต้องถูกต้องทุกชิ้นส่วน วิศวกรต้องวัดความหนาฟิล์มแห้งด้วยเกจอิเล็กทรอนิกส์และบันทึกรายชิ้นก่อนปิดงาน ระบบต้องครบ 3 ชั้นคือรองพื้นกันสนิม สีกันไฟ และสีทับหน้า 50–100 ไมครอน ฟิล์มสีกันไฟที่โดนความชื้นโดยไม่มีสีทับหน้าจะบวมและร่อน และรายงานทดสอบ 3 ฉบับที่มีรองรับอัตราประมาณ 1 ชั่วโมงบนหน้าตัด H200 ที่ความหนา 1.05–2.48 มม. อัตราสูงกว่านั้นต้องใช้ตารางความหนาจากผู้ผลิตหรือการออกแบบของวิศวกร รายละเอียดอยู่ในบทความผลทดสอบสีกันไฟ ASTM E-119 และ ISO 834 บอกอัตราการทนไฟจริง
ซีเมนต์กันไฟเหมาะกับโครงสร้างที่ซ่อนอยู่และรับน้ำหนักเพิ่มได้
ซีเมนต์กันไฟเป็นวัสดุพ่นเปียกที่สร้างชั้นฉนวนหนาระดับเซนติเมตรบนผิวเหล็ก หนากว่าฟิล์มสีกันไฟ 0.5–3.5 มม. หลายเท่า ความหนาที่มากทำให้ได้อัตราการทนไฟสูงด้วยต้นทุนวัสดุต่อตารางเมตรที่ต่ำ และไม่ต้องอาศัยการพองตัวของฟิล์ม งานที่เหมาะคือโครงสร้างในห้องเครื่อง เหนือฝ้าปิด และอาคารอุตสาหกรรมที่ไม่ต้องการความสวยงาม โครงสร้างที่พ่นแล้วผิวหยาบ สีเทา และหนาขึ้นจนรูปทรงหน้าตัดไม่ชัด
ข้อจำกัดมี 4 ข้อ คือน้ำหนักที่เพิ่มมากที่สุดใน 3 วิธีและต้องให้ผู้ออกแบบโครงสร้างตรวจก่อน งานพ่นเปียกมีฝุ่นและน้ำกระเด็น ต้องคลุมพื้นที่ข้างเคียงและทำก่อนงานตกแต่ง ชั้นซีเมนต์แตกร่อนเมื่อโดนกระแทกจากรถยกหรืองานติดตั้งระบบภายหลัง และบางหน้าตัดต้องมีตาข่ายยึดก่อนพ่นเพื่อไม่ให้ชั้นวัสดุหลุด ปัจจุบัน Blue Rich จำหน่ายเฉพาะสีกันไฟและงานรับรองสีกันไฟ โครงการที่เลือกซีเมนต์กันไฟต้องขอผลทดสอบและตารางความหนาจากผู้ผลิตวัสดุนั้นโดยตรง
ยิปซัมทนไฟเหมาะกับเสาและคานในพื้นที่ตกแต่งภายใน
ยิปซัมทนไฟใช้วิธีหุ้มเหล็กเป็นกล่อง 4 ด้านด้วยแผ่นยิปซัมชนิดทนไฟบนโครงคร่าว จำนวนชั้นแผ่นขึ้นกับอัตราการทนไฟ 1 หรือ 2 ชั่วโมงที่ต้องการตามเอกสารของผู้ผลิตแผ่น เป็นงานแห้ง ไม่มีกลิ่นและไม่มีน้ำกระเด็น ผิวสำเร็จเรียบ ฉาบรอยต่อแล้วทาสีได้เหมือนผนัง งานที่เหมาะคือเสาและคานในสำนักงาน ห้าง หรืออาคารที่มีงานตกแต่งภายในอยู่แล้ว เพราะกล่องยิปซัมกลืนไปกับผนังและฝ้า
ข้อจำกัดของยิปซัมมี 3 ข้อ คือรูปทรงเหล็กหายไปกลายเป็นกล่องสี่เหลี่ยม จุดที่ท่อและสายไฟเจาะทะลุกล่องต้องปิดรอยต่อให้ครบทุกจุด ไม่เช่นนั้นความร้อนเข้าถึงเหล็กตรงช่องนั้น และแผ่นยิปซัมเสียหายเมื่อโดนน้ำ ใช้ภายนอกอาคารหรือพื้นที่เปียกไม่ได้ โครงถักหลังคาที่มีชิ้นส่วนเล็กจำนวนมากและข้อต่อซับซ้อนหุ้มกล่องได้ยากและใช้เวลาติดตั้งนาน
เกณฑ์เลือกวิธี 5 ข้อสำหรับผู้ออกแบบ
- เหล็กโชว์หรือซ่อน โครงสร้างที่มองเห็นจากพื้นที่ใช้งานเลือกสีกันไฟ โครงสร้างในห้องเครื่องหรือเหนือฝ้าเลือกซีเมนต์กันไฟได้ เสาในพื้นที่ตกแต่งที่ต้องการกล่องเรียบเลือกยิปซัม
- น้ำหนักที่โครงสร้างรับได้ สีกันไฟเพิ่มราว 1 กก. ต่อ ตร.ม. ต่อ 500 ไมครอน ซีเมนต์กันไฟเพิ่มมากที่สุด ยิปซัมอยู่ระหว่างกลาง อาคารเดิมที่ปรับปรุงต้องให้วิศวกรโครงสร้างตรวจน้ำหนักเพิ่มก่อนเลือก
- สภาพหน้างาน งานภายนอกและพื้นที่เปียกใช้สีกันไฟพร้อมสีทับหน้า 50–100 ไมครอน ยิปซัมใช้ไม่ได้ อาคารที่เปิดใช้งานระหว่างทำงานเลือกสีกันไฟสูตรน้ำหรือยิปซัม เพราะซีเมนต์กันไฟมีฝุ่นและน้ำกระเด็น
- ตารางเวลาและลำดับงาน สีกันไฟใช้เวลาแห้งระหว่างเที่ยว 4–24 ชั่วโมงและแห้งสนิท 72 ชั่วโมง ซีเมนต์กันไฟต้องทำก่อนงานตกแต่งทั้งหมด ยิปซัมทำหลังงานระบบเดินท่อเสร็จเพื่อลดจุดเจาะทะลุ
- เอกสารที่ผู้ตรวจต้องการ ทุกวิธีต้องมีผลทดสอบ รายการคำนวณ และหนังสือรับรองจากวุฒิวิศวกร สีกันไฟมีรายงานความหนาฟิล์มแห้งรายชิ้นเป็นหลักฐานตรวจรับที่ชัดเจน บริการวุฒิวิศวกรรับรองโครงสร้างเหล็กทนไฟ ของ Blue Rich ออกเอกสารชุดนี้สำหรับงานสีกันไฟ
เกณฑ์ข้อ 1 และ 3 ตัดตัวเลือกได้เร็วที่สุด โครงสร้างโชว์ที่อยู่ภายนอกเหลือสีกันไฟวิธีเดียว โครงสร้างซ่อนในอาคารปิดที่รับน้ำหนักเพิ่มได้เหลือ 3 ตัวเลือกให้เทียบราคา วิธีคิดราคาสีกันไฟต่อตารางเมตรอยู่ในบทความราคาสีกันไฟต่อตารางเมตร ขึ้นกับความหนาฟิล์มและหน้าตัดเหล็ก
ผสมหลายวิธีในอาคารเดียวได้เมื่อแยกรายการคำนวณตามชิ้นส่วน
อาคารเดียวใช้ได้มากกว่า 1 วิธี เช่น โครงถักหลังคาและคานโชว์ทาสีกันไฟ เสาในห้องเครื่องพ่นซีเมนต์กันไฟ และเสาในโถงต้อนรับหุ้มยิปซัม เงื่อนไขคือรายการคำนวณต้องระบุวิธีและความหนาแยกรายชิ้นส่วน ผลทดสอบของแต่ละวัสดุต้องแนบครบ และหนังสือรับรองระบุขอบเขตว่าชิ้นส่วนใดใช้วัสดุใด ผู้ตรวจจะดูจุดเชื่อมต่อระหว่าง 2 วัสดุเป็นพิเศษ เช่น คานที่ทาสีกันไฟชนกับเสาที่หุ้มยิปซัม
จุดที่ทำผิดบ่อยคือเปลี่ยนวัสดุกลางงานโดยไม่แก้รายการคำนวณ เช่น พ่นซีเมนต์กันไฟไม่ได้เพราะฝ้าปิดไปแล้ว เลยทาสีกันไฟที่ความหนาเดาเอา ความหนาสีกันไฟผูกกับ Hp/A ของแต่ละหน้าตัดตามบทความระบบสีกันไฟ 3 ชั้น รองพื้นกันสนิม สีกันไฟ และสีทับหน้า ทุกชิ้นที่เปลี่ยนวิธีต้องคำนวณใหม่ก่อนทา รายละเอียดสูตรและสเปกของสีกันไฟทั้ง 2 สูตรอยู่ที่หน้าสีกันไฟ Neocoat สูตรน้ำมันและสูตรน้ำ
ขั้นตอนถัดไป
ส่งแบบโครงสร้างหรือรายการเหล็ก อัตราการทนไฟที่ผู้ออกแบบกำหนด และบอกว่าโครงสร้างส่วนไหนโชว์ ส่วนไหนซ่อน และหน้างานเปียกหรือแห้ง มาที่ LINE blue999 หรือหน้าติดต่อเรา ทีมวิศวกรจะบอกว่าชิ้นส่วนใดควรใช้สีกันไฟ พร้อมความหนาฟิล์มรายหน้าตัด จำนวนถัง และรายการเอกสารรับรองที่จะออกให้ ส่วนชิ้นส่วนที่เหมาะกับวิธีอื่นจะระบุไว้ให้ชัดเพื่อไม่ให้รายการคำนวณทับกัน
คำถามที่พบบ่อย
โรงงานที่มีความชื้นสูงควรเลือกวิธีไหน
สีกันไฟพร้อมสีทับหน้าอีพ็อกซีหรือโพลียูรีเทน 50–100 ไมครอน หรือซีเมนต์กันไฟในส่วนที่ซ่อน ยิปซัมทนไฟตัดออกเพราะเสียหายเมื่อโดนน้ำ งานสีกันไฟในหน้างานชื้น Blue Rich แนะนำสูตรน้ำมันเพราะทำงานต่อได้แม้ความชื้นสูง และต้องรอฟิล์มแห้งสนิท 72 ชั่วโมงก่อนทาทับหน้า
ทาสีกันไฟทับซีเมนต์กันไฟเดิมได้ไหม
ไม่ควร รายการคำนวณของสีกันไฟคิดจากฟิล์มที่ยึดบนสีรองพื้นกันสนิม 50 ไมครอนบนผิวเหล็กโดยตรง ชั้นซีเมนต์เดิมที่หยาบและอมความชื้นไม่ใช่พื้นผิวที่ TDS รองรับ ถ้าต้องเปลี่ยนวิธีให้รื้อชั้นเดิมออกถึงผิวเหล็ก เตรียมผิวถึง Sa 2.5 หรือ St 3 แล้วทารองพื้นใหม่ก่อน
สีกันไฟให้อัตราการทนไฟได้กี่ชั่วโมง
รายงานทดสอบ 3 ฉบับที่ดาวน์โหลดได้รองรับประมาณ 1 ชั่วโมงบนหน้าตัด H200×200 ที่ความหนา 1.05–2.48 มม. อัตรา 2 ชั่วโมงขึ้นไปหรือหน้าตัดที่ Hp/A ต่างจากชิ้นทดสอบต้องใช้ตารางความหนาจากผู้ผลิตหรือการออกแบบของวุฒิวิศวกร ส่งรายการเหล็กและอัตราที่ต้องการมาให้ตรวจก่อนสั่ง
ราคาของ 3 วิธีต่างกันอย่างไร
ต้นทุนวัสดุต่อตารางเมตรของซีเมนต์กันไฟมักต่ำที่สุดเพราะเป็นวัสดุพ่นหนา สีกันไฟคิดจากความหนาฟิล์มรายหน้าตัดในช่วง 500–3,500 ไมครอน ยิ่ง Hp/A สูงยิ่งหนาและแพงขึ้น ยิปซัมคิดจากจำนวนชั้นแผ่นและโครงคร่าว ราคารวมของทั้ง 3 วิธีต้องรวมค่าแรง นั่งร้าน การป้องกันพื้นที่ข้างเคียง และค่าเอกสารรับรอง บทนี้ไม่ใส่ตัวเลขราคา เพราะทุกวิธีขึ้นกับหน้างาน
เลือกวิธีแล้วต้องส่งอะไรให้วิศวกรรับรอง
แบบโครงสร้างหรือรายการเหล็กพร้อมขนาดหน้าตัด อัตราการทนไฟที่ผู้ออกแบบกำหนด ผลทดสอบของวัสดุที่เลือก และตำแหน่งชิ้นส่วนที่ใช้แต่ละวิธี วุฒิวิศวกรใช้ 4 อย่างนี้ทำรายการคำนวณรายหน้าตัดและออกหนังสือรับรอง สำหรับงานสีกันไฟ Blue Rich ทำครบทั้ง 6 ขั้นตั้งแต่ตรวจแบบจนออกเอกสาร




