ผลทดสอบสีกันไฟที่ใช้ยื่นงานได้ต้องตอบ 5 ข้อ คือใครทดสอบ ตามมาตรฐานอะไร บนหน้าตัดเหล็กขนาดไหน ที่ความหนาเท่าไร และเหล็กถึงเกณฑ์อุณหภูมิในนาทีที่เท่าไร Neocoat มีรายงาน 3 ฉบับที่ตอบครบทั้ง 5 ข้อ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยปี 2551 Fire Science Research Group ปี 2562 และ TÜV SÜD ปี 2568 ทั้งหมดดาวน์โหลดได้ที่หน้ามาตรฐานและผลทดสอบ

บทความนี้อธิบายว่ามาตรฐานสองตัวต่างกันตรงไหน รายงานแต่ละฉบับอ่านอย่างไร ตัวเลขใดใช้ได้และใช้ไม่ได้ และรายการ 6 ข้อที่ฝ่ายจัดซื้อควรตรวจก่อนรับคำว่า "ผ่านมาตรฐาน" จากผู้ขายรายใด

ASTM E-119 และ ISO 834 เผาตามเส้นโค้งเดียวกันแต่ตัดสินคนละเกณฑ์

ทั้งสองมาตรฐานเผาตัวอย่างในเตาที่ควบคุมอุณหภูมิตามเส้นโค้งอุณหภูมิเวลามาตรฐาน ค่าที่รายงานจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยใช้คือ 704°C ที่ 10 นาที 843°C ที่ 30 นาที และ 927°C ที่ 60 นาที ส่วนรายงาน TÜV SÜD บันทึกเตาจริงเทียบค่ามาตรฐานทุก 5 นาที และรายงานส่วนต่างพื้นที่ใต้กราฟไว้ที่ −0.39 % ที่นาทีที่ 60 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ยอมรับ ±10 %

เกณฑ์ตัดสินต่างกันเล็กน้อย ASTM E119 สำหรับเสาเหล็กที่ไม่รับน้ำหนักถือว่าหมดสภาพเมื่ออุณหภูมิเฉลี่ยของเหล็กถึง 538°C (1000°F) หรือจุดใดจุดหนึ่งถึง 649°C (1200°F) ส่วน ISO 834-1:1999 ที่ FSRG ใช้รายงานเวลาที่อุณหภูมิเฉลี่ยถึง 550°C และ 650°C ทั้งสองมาตรฐานทดสอบตัวอย่างสั้น 100–1,000 มม. ไม่ใช่เสาทั้งต้น และเป็นการทดสอบแบบไม่รับน้ำหนัก

การทดสอบแบบไม่รับน้ำหนักวัดอย่างเดียวว่าความร้อนผ่านชั้นสีเข้าเนื้อเหล็กเร็วแค่ไหน ไม่ได้กดน้ำหนักลงบนเสาระหว่างเผา ตัวเลขนาทีจึงเป็นเวลาที่เหล็กถึงอุณหภูมิเกณฑ์ ไม่ใช่เวลาที่เสาหักภายใต้น้ำหนักจริง ตำแหน่งเทอร์โมคัปเปิลมีผลต่อค่าที่อ่านได้ รายงานจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยติดไว้ 4 จุดต่อระดับที่ปีกและเอวของหน้าตัด 2 ระดับ ส่วนรายงาน FSRG ติด 6 จุดต่อต้น ผู้อ่านรายงานควรดูแผนผังตำแหน่งเหล่านี้ในภาคผนวกก่อนเทียบตัวเลขข้ามฉบับ

รายงานจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย FSRC041/51 ปี 2551 ให้ 48 นาทีถึง 1 ชั่วโมง 4 นาที

ศูนย์วิจัยเพื่อความปลอดภัยจากอัคคีภัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ ทดสอบเมื่อ 29 กันยายน 2551 ตาม ASTM E119-07a วิธีทางเลือกสำหรับวัสดุป้องกันเสาเหล็ก ตัวอย่างเป็น H 200×200×8×12 มม. ยาวประมาณ 1.00 เมตร ค่า Hp/A 191 m⁻¹ จำนวน 4 ต้น ทาสีกันไฟที่ความหนาต่างกัน วัดความหนา 12 ตำแหน่งต่อระดับ 3 ระดับ และติดเทอร์โมคัปเปิล 8 จุดใน 2 ระดับความสูง

ตัวอย่างความหนาเฉลี่ย (ไมครอน)ทนไฟ (ชม.:นาที)เหตุที่หยุด
15140:48จุดใดจุดหนึ่งเกิน 649°C
28200:59จุดใดจุดหนึ่งเกิน 649°C
31,0930:56จุดใดจุดหนึ่งเกิน 649°C
41,1861:04จุดใดจุดหนึ่งเกิน 649°C

ตัวอย่างที่ 3 ทาหนากว่าตัวอย่างที่ 2 แต่หยุดเร็วกว่า 3 นาที ค่าแบบนี้ปกติในการทดสอบจริง เพราะจุดที่ร้อนที่สุดจุดเดียวก็ทำให้หยุดได้ รายงานฉบับนี้ระบุชัดว่า "ผลใช้ได้เฉพาะตัวอย่างที่ทดสอบ" ซึ่งเป็นข้อความมาตรฐานที่ทุกรายงานมี

รายงาน FSRG 2019/035 ปี 2562 ทดสอบ 5 หน้าตัดตาม ISO 834

Fire Science Research Group ประเทศมาเลเซีย (ห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง MS ISO/IEC 17025 ตามตราบนหน้าปก) ทดสอบเมื่อ 30 สิงหาคม 2562 เสาเหล็กสั้น 5 ต้น สูง 1,000 มม. ไฟ 4 ด้าน ในเตาช่องเปิด 4,100×3,100 มม. ความดันในเตา 16 ± 2 Pa เทอร์โมคัปเปิลเตา 8 จุด และเทอร์โมคัปเปิลบนตัวอย่าง 6 จุดต่อต้น ที่ระดับหนึ่งในสามและสองในสามของความสูง

ตัวอย่างหน้าตัด (มม.)Hp/A (m⁻¹)ความหนา (มม.)ถึง 550°C (นาที)ถึง 650°C (นาที)
A486×200×17891.056083
B486×200×17892.023790
C506×200×11.51340.843164
D506×200×11.51342.032868
E200×200×81802.482867

การทดสอบหยุดที่ 95 นาทีเมื่อทุกต้นผ่าน 650°C แล้ว รายงานบันทึกภาพตัวอย่างที่ 5, 20, 45, 60, 85 และ 95 นาที รวมถึงภาพหลังทดสอบ 12 ชั่วโมง ค่าที่ควรอ่านคู่กันคือความหนากับ Hp/A ต้น E ที่บางที่สุด (Hp/A 180) ทาหนาที่สุด 2.48 มม. แต่ถึง 550°C เร็วเท่าต้น D ตัวเลขชุดนี้คือเหตุผลที่ความหนาต้องคำนวณรายหน้าตัด ตามที่อธิบายในบทความความหนาสีกันไฟ คำนวณจากค่า Hp/A และอัตราการทนไฟของอาคาร

รายงาน TÜV SÜD BLS/R24/8044 ปี 2568 เป็นการทดสอบเพื่อวิจัยและพัฒนา

TÜV SÜD (Thailand) ทดสอบเมื่อ 26 พฤศจิกายน 2567 และออกรายงาน 7 มกราคม 2568 ตามระเบียบวิธี ASTM E119-24 บน H-beam 6 ชิ้น สูง 100 มม. หน้าตัด 300×200×20 มม. จำนวน 4 ชิ้น และ 700×300×25 มม. จำนวน 2 ชิ้น รายงานระบุเองในหัวข้อวัตถุประสงค์ว่าเป็นการทดสอบเพื่อวิจัยและพัฒนา ตัวอย่างถูกดัดแปลงตามวัตถุประสงค์ของผู้ส่งทดสอบ จึงไม่สอดคล้องกับ ASTM E119-24 ครบทุกข้อ

ชิ้นหน้าตัด (มม.)สีกันไฟเฉลี่ย (ไมครอน)รวมทุกชั้น (ไมครอน)ถึง 538°C เฉลี่ย (นาที)ถึง 649°C จุดสูงสุด (นาที)
1300×200×201,1531,4774863
2300×200×201,2511,5436666
3700×300×251,3591,5845152
4700×300×251,8722,1495757
5300×200×201,6241,9775666
6300×200×201,9032,1525766

จุดเด่นของฉบับนี้คือการวัดความหนา 8 จุดต่อชิ้น แยกชั้นรองพื้น สีกันไฟ และทับหน้า แล้วรายงานค่าเฉลี่ยทุกชั้น เป็นตัวอย่างวิธีบันทึกที่วิศวกรควบคุมงานหน้างานใช้ตาม ข้อความ "R&D test" ทำให้รายงานนี้เหมาะใช้ประกอบรายงานอีก 2 ฉบับ ไม่ควรใช้ยื่นเดี่ยว ๆ ในโครงการที่ผู้ตรวจเคร่งครัด

ตัวเลขที่รายงานให้ กับตัวเลขที่รายงานไม่ได้ให้

ทั้ง 3 ฉบับให้ผลในช่วง 48–66 นาที และสูงสุด 1 ชั่วโมง 4 นาที ที่ความหนาสีกันไฟ 1,100–1,900 ไมครอน บนหน้าตัดที่ Hp/A 89–191 นี่คือช่วงที่อ้างได้โดยตรงจากเอกสาร TDS ของผู้ผลิตระบุอัตราการทนไฟ 1 ชั่วโมงตาม ASTM E-119 ซึ่งตรงกับรายงาน และระบุ 2 ชั่วโมงตาม ISO 834 ซึ่งต้องอ้างเอกสารประเมินความหนา (assessment) ของผู้ผลิตประกอบ ไม่ใช่รายงาน FSRG ฉบับนี้โดยลำพัง

ชั่วโมงที่โครงการต้องการสูงกว่าที่รายงานครอบคลุม เช่น 2 หรือ 3 ชั่วโมง มาจากการออกแบบความหนาโดยวุฒิวิศวกรโยธาจากตารางประเมินของผู้ผลิต และการรับรองรายโครงการ รายงานทดสอบเป็นของผลิตภัณฑ์ สีกันไฟ Neocoat Intumescent Paint-S ส่วน Neocoat Intumescent Paint-W สูตรน้ำอ้าง ASTM E-119 ตาม TDS และมีผลทดสอบ VOC ตาม ISO 11890 จาก วว. เพิ่ม

รายการ 6 ข้อที่ฝ่ายจัดซื้อตรวจก่อนรับคำว่าผ่านมาตรฐาน

  1. ชื่อห้องปฏิบัติการและเลขรายงาน ต้องมีทั้งคู่ เช่น FSRC041/51, FSRG 2019/035, BLS/R24/8044 คำว่า "ผ่าน ASTM" โดยไม่มีเลขรายงานตรวจสอบไม่ได้
  2. ชื่อผลิตภัณฑ์ในรายงานตรงกับถังที่ส่ง รายงานทั้ง 3 ฉบับระบุ Unique Intumescent Paint-S ของ Unique Products (Thailand) ผู้ขายที่อ้างรายงานของสีตัวอื่นใช้ไม่ได้
  3. หน้าตัดและ Hp/A ของตัวอย่าง รายงานที่ไม่ระบุขนาดเหล็กแปลงเป็นความหนาสำหรับโครงการไม่ได้
  4. ความหนาที่ทดสอบและวิธีวัด ต้องเป็นค่าที่วัดจริงหลายจุด ไม่ใช่ค่าที่ตั้งใจทา
  5. เกณฑ์ที่ใช้ตัดสินและนาทีที่ถึงเกณฑ์ 538/649°C สำหรับ ASTM หรือ 550/650°C สำหรับ ISO พร้อมเวลาเป็นนาที ไม่ใช่คำว่า "ทนได้"
  6. ข้อจำกัดที่รายงานระบุเอง เช่น R&D test, ไม่รับน้ำหนัก, ใช้ได้เฉพาะตัวอย่างที่ทดสอบ ข้อความเหล่านี้กำหนดว่าจะใช้รายงานยื่นเดี่ยวได้หรือไม่

รายงานที่ผ่านทั้ง 6 ข้อคือรายการที่ 1 และ 6 ในชุดเอกสารขออนุญาต ส่วนที่เหลือของชุดเอกสารอยู่ในบทความเอกสารรับรองสีกันไฟ น.4-5 และ น.4-9 พร้อมก่อนยื่นขออนุญาต

ขั้นตอนถัดไป

ดาวน์โหลดรายงานทั้ง 3 ฉบับที่หน้ามาตรฐานและผลทดสอบ แล้วส่งหน้าตัดเหล็กและชั่วโมงที่โครงการต้องการมาที่ LINE blue999 หรือหน้าติดต่อเรา วิศวกรจะระบุว่ารายงานฉบับใดครอบคลุมหน้าตัดของโครงการ และความหนาที่ต้องใช้ต้องอ้างเอกสารประเมินของผู้ผลิตเพิ่มหรือไม่ ภาพรวมสินค้าและบริการอยู่ที่หน้าสีกันไฟโครงสร้างเหล็ก Neocoat และกลไกการทำงานของสีอยู่ในบทความสีกันไฟโครงสร้างเหล็ก พองตัวเป็นฉนวนกันเหล็กร้อนถึง 550°C

คำถามที่พบบ่อย

ผลทดสอบของผู้ผลิตใช้แทนหนังสือรับรองของวุฒิวิศวกรได้ไหม

ไม่ได้ ผลทดสอบเป็นเอกสารของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ซ้ำทุกโครงการ หนังสือรับรองเป็นเอกสารรายโครงการที่ระบุชื่อโครงการ หน้าตัดที่ใช้จริง และความหนาที่วัดได้ ผู้ตรวจต้องการทั้งสองอย่างเสมอ ตามรายการเอกสาร 7 ข้อที่ กนอ. เรียกดู

รายงานปี 2551 ยังใช้ยื่นได้ไหม

ได้ ตราบใดที่สูตรผลิตภัณฑ์ยังเป็นตัวเดียวกับที่ทดสอบและรายงานไม่ระบุวันหมดอายุ รายงานจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไม่ระบุอายุ แต่ผู้ตรวจบางรายขอผลที่ใหม่กว่าประกอบ ซึ่งรายงาน FSRG ปี 2562 และ TÜV SÜD ปี 2568 ตอบข้อนี้

ทำไมรายงาน ISO 834 หยุดที่ 95 นาทีทั้งที่บางต้นยังไม่ถึง 650°C ตอน 60 นาที

มาตรฐานให้หยุดเมื่อตัวอย่างถึงเกณฑ์หรือเมื่อผู้ทดสอบยุติ ในรายงานฉบับนี้ทุกต้นถึง 650°C ระหว่างนาทีที่ 64 ถึง 90 การเผาต่อถึง 95 นาทีทำเพื่อยืนยันว่าทุกต้นผ่านเกณฑ์แล้วก่อนหยุด

ผลทดสอบครอบคลุมหน้าตัดที่โครงการใช้ไหม

ครอบคลุม Hp/A 89–191 m⁻¹ และหน้าตัด H ตั้งแต่ 200×200 ถึง 700×300 มม. หน้าตัดนอกช่วงนี้ เช่น ท่อเหลี่ยมบางที่ Hp/A เกิน 300 ต้องให้วิศวกรประเมินจากตารางของผู้ผลิต และอาจต้องเปลี่ยนไปใช้วัสดุกันไฟชนิดอื่น

รายงาน R&D ของ TÜV SÜD มีค่าน้อยกว่าอีกสองฉบับไหม

มีค่าต่างกันในการใช้งาน ผลตัวเลขเชื่อถือได้เพราะบันทึกเตา ความดัน และความหนาครบ แต่ข้อความว่าไม่สอดคล้อง ASTM E119-24 ครบทุกข้อทำให้เหมาะเป็นเอกสารประกอบ ไม่ใช่เอกสารหลัก เอกสารหลักคือรายงานจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ FSRG