สีกันไฟโครงสร้างเหล็กคือสีที่พองตัวเป็นฉนวนเมื่อโดนไฟ ชั้นฉนวนที่พองขึ้นทำให้เนื้อเหล็กใต้ฟิล์มร้อนถึง 550°C ช้าลง โครงสร้างรับน้ำหนักได้นานพอสำหรับการอพยพและการเข้าระงับเหตุ ผลทดสอบของ Neocoat ทั้ง 3 ฉบับให้เวลา 48–180 นาที ที่ความหนาฟิล์มแห้งราว 514–3450 ไมครอน ชั่วโมงที่ต้องการมากกว่านั้นกำหนดจากความหนาที่วิศวกรคำนวณให้แต่ละหน้าตัด

บทความนี้อธิบายว่าเหล็กเสียกำลังที่อุณหภูมิเท่าไร ฟิล์มสีพองตัวอย่างไร ความหนาเท่าไรให้เวลากี่นาทีตามรายงานทดสอบจริง 3 ฉบับ สูตรน้ำมันกับสูตรน้ำต่างกันตรงไหน และต้องเตรียมข้อมูล 4 อย่างใดก่อนขอให้วิศวกรคำนวณความหนา

เหล็กไม่ติดไฟ แต่เหลือกำลังราวครึ่งเดียวที่ 550°C

เหล็กโครงสร้างรับน้ำหนักได้เต็มค่าออกแบบที่อุณหภูมิห้อง พอถึงราว 300°C กำลังเหลือประมาณ 80 % และลดลงชัดเจนเมื่อเกิน 400°C ที่ 550–600°C เหล็กเหลือกำลังราวครึ่งเดียว มาตรฐานทดสอบใช้ 550°C (ISO 834) หรือ 538°C (ASTM E119) เป็นอุณหภูมิเฉลี่ยที่โครงสร้างหมดสภาพด้วยเหตุนี้

เพลิงไหม้ในอาคารทำอุณหภูมินั้นได้ในเวลาไม่กี่นาที เส้นโค้งอุณหภูมิมาตรฐานที่ห้องปฏิบัติการใช้เผาตัวอย่างขึ้นถึง 704°C ภายใน 10 นาที 843°C ที่ 30 นาที และ 927°C ที่ 60 นาที ตามตารางในรายงาน FSRC041/51 ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เหล็กเปลือยที่โดนไฟแบบนี้ถึง 550°C เร็วกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนดให้โครงสร้างหลักต้องทนได้มาก

โครงสร้างเหล็กที่กฎหมายควบคุมอาคารกำหนดให้ทนไฟต้องมีวัสดุห่อหุ้ม สีกันไฟหนาเพียง 0.5–3.5 มม. ตามช่วงที่ TDS กำหนด ไม่เพิ่มน้ำหนักและไม่บังรูปทรงเหล็กเหมือนคอนกรีตหุ้มหรือแผ่นยิปซัม ประเภทอาคารที่ต้องทำและจำนวนชั่วโมงอ่านได้ที่บทความกฎกระทรวงกับงานสีกันไฟโครงสร้างเหล็ก

ฟิล์มสีพองตัวเป็นชั้นโฟมคาร์บอนที่นำความร้อนต่ำ

ในสภาพใช้งานปกติ สีกันไฟ Neocoat Intumescent Paint-S เป็นฟิล์มสีด้านสีขาวหรือเทา หนาต่อเที่ยว 250 ไมครอนเมื่อแห้ง (ทาเปียก 500 ไมครอน) ตามข้อมูลใน TDS ของผู้ผลิต ปริมาณของแข็ง 76 ± 2 % ทำให้ได้ความหนาต่อเที่ยวมากกว่าสีน้ำมันทั่วไปหลายเท่า

เมื่อฟิล์มโดนเปลวไฟหรือความร้อนสูง สารในเนื้อสีทำปฏิกิริยาแล้วพองตัวเป็นชั้นโฟมที่หนาและมีรูพรุน TDS เรียกชั้นนี้ว่า "thick, dense, cellular form" โฟมคาร์บอนนำความร้อนได้ต่ำมาก ตราบใดที่ชั้นถ่านยังเกาะอยู่บนผิวเหล็ก ความร้อนจากเปลวไฟก็เดินทางถึงเนื้อเหล็กช้าลง

ชั้นถ่านที่พองแล้วไม่ได้เป็นฉนวนถาวร ในรายงาน FSRG 2019/035 ผู้ทดสอบบันทึกภาพตัวอย่างที่ 5, 20, 45, 60 และ 85 นาที และหยุดการทดสอบที่ 95 นาที เมื่อเหล็กทุกต้นผ่านเกณฑ์ 650°C แล้ว หน้าที่ของสีกันไฟคือซื้อเวลาเป็นนาที ไม่ใช่ทำให้โครงสร้างไม่เสียหายเลย

ความหนาฟิล์มแห้งกำหนดจำนวนนาทีที่เหล็กยังต่ำกว่า 550°C

ตัวเลขนาทีในเอกสารเสนอราคาต้องมาจากรายงานทดสอบที่ระบุความหนาและหน้าตัดตัวอย่าง Neocoat มีรายงาน 3 ฉบับที่เปิดให้ดาวน์โหลดที่หน้ามาตรฐานและผลทดสอบ ตารางนี้สรุปเฉพาะค่าที่อยู่ในรายงานจริง

รายงานหน้าตัดตัวอย่างความหนาฟิล์มแห้งเวลาถึงเกณฑ์อุณหภูมิ
จุฬาฯ FSRC041/51 (ASTM E119-07a, 29 ก.ย. 2551)H 200×200×8×12 มม. Hp/A 191514 ไมครอน48 นาที
จุฬาฯ FSRC041/51เดียวกัน820 ไมครอน59 นาที
จุฬาฯ FSRC041/51เดียวกัน1,186 ไมครอน1 ชม. 4 นาที
FSRG 2019/035 (ISO 834-1, 30 ส.ค. 2562)H 486×200×17 มม. Hp/A 891.05 มม.60 นาที ถึง 550°C, 83 นาที ถึง 650°C
FSRG 2019/035H 200×200×8 มม. Hp/A 1802.48 มม.28 นาที ถึง 550°C, 67 นาที ถึง 650°C
TÜV SÜD BLS/R24/8044 (ASTM E119-24 R&D, 26 พ.ย. 2567)H 300×200×20 มม.1,251 ไมครอน (+ รองพื้น 112)66 นาที ถึง 538°C เฉลี่ย
TÜV SÜD BLS/R24/8044H 700×300×25 มม.1,872 ไมครอน (+ รองพื้น 85)57 นาที ถึง 538°C เฉลี่ย

ค่า Hp/A คืออัตราส่วนระหว่างเส้นรอบรูปหน้าตัดที่โดนไฟ (Hp) กับพื้นที่หน้าตัดเหล็ก (A) หน่วย m⁻¹ เหล็กบางมีค่า Hp/A สูงและร้อนเร็ว ในรายงาน FSRG ตัวอย่าง E ที่ Hp/A 180 ทาหนา 2.48 มม. ยังถึง 550°C ใน 28 นาที ขณะที่ตัวอย่าง A ที่ Hp/A 89 ทาบางกว่าครึ่งหนึ่ง (1.05 มม.) ใช้เวลา 60 นาที ความหนาจึงต้องคำนวณรายหน้าตัด เหมาความหนาเดียวทั้งอาคารไม่ได้

รายงานทั้ง 3 ฉบับครอบคลุมช่วงประมาณ 1 ชั่วโมง ที่ความหนาราว 1,100–1,900 ไมครอน TDS ของผู้ผลิตระบุอัตราการทนไฟ 1 ชั่วโมงตาม ASTM E-119 และ 2 ชั่วโมงตาม ISO 834 โดยความหนาที่ใช้จริงอยู่ในช่วง 500–3,500 ไมครอน ความหนาสำหรับ 1.5, 2 และ 3 ชั่วโมงขึ้นกับค่า Hp/A ของแต่ละหน้าตัด โครงการที่ต้องการชั่วโมงสูงกว่าที่รายงานครอบคลุมต้องให้วุฒิวิศวกรโยธาคำนวณและรับรองความหนาเป็นรายโครงการ

สูตรน้ำมันกับสูตรน้ำต่างกันที่ตัวทำละลายและหน้างาน

Neocoat มี 2 สูตร ฟิล์มแห้งทำงานเหมือนกัน ต่างกันที่ตัวทำละลายและเงื่อนไขหน้างาน ตารางนี้เทียบจาก TDS และเอกสารขั้นตอนการทาของทั้งสองสูตร

รายการNeocoat Intumescent Paint-S สูตรน้ำมันNeocoat Intumescent Paint-W สูตรน้ำ
ตัวทำละลายทินเนอร์ (TDS ระบุ THINNER 4K NO.10 หรือทินเนอร์อะคริลิก 15–20 %, แผ่นขั้นตอนของ Blue Rich ใช้ทินเนอร์ AAA ประมาณ 10 %)น้ำสะอาด 10–20 %
ล้างอุปกรณ์ทินเนอร์น้ำ
ความถ่วงจำเพาะ1.41–1.431.25–1.30
ปริมาณของแข็ง76 ± 2 %76 ± 2 %
กลิ่นและ VOCมีกลิ่นทินเนอร์ จุดวาบไฟ 68°Cผ่านการทดสอบ VOC ตาม ISO 11890 โดย วว. (TISTR)
เวลาแห้งที่ 25–30°Cสัมผัส 1–2 ชม. ทาทับ 4 ชม. แห้งสนิท 72 ชม.เท่ากัน แต่ขึ้นกับความชื้นมากกว่า
อุณหภูมิหน้างานเก็บสี 5–40°Cทา 10–35°C เลี่ยงวันความชื้นสูง งานหน้าฝนต้องมีหลังคาคลุม
อายุเก็บ2 ปี1 ปี
หน้างานที่เหมาะโรงประกอบ งานภายนอก งานเร่งคิวอาคารที่ยังเปิดใช้งาน เช่น โรงพยาบาล ห้าง สำนักงาน
ผลทดสอบที่อ้างใน TDSASTM E-119 และ ISO 834ASTM E-119

งานภายนอกอาคารเลือกสูตรน้ำมันเพราะทำงานต่อได้แม้ความชื้นสูง แต่ทั้งสองสูตรต้องมีสีทับหน้า 50–100 ไมครอนกันความชื้นและรังสียูวี ส่วนงานในอาคารที่มีคนทำงานอยู่ สูตรน้ำตัดปัญหากลิ่นทินเนอร์และไอระเหยที่มีจุดวาบไฟ 68°C ออกไปได้

ระบบสีมี 3 ชั้น และแต่ละชั้นมีความหนาของตัวเอง

สีกันไฟไม่ได้ทาลงบนเหล็กเปล่า ระบบที่ TDS กำหนดคือ สีรองพื้นกันสนิม Neocoat Primer แล้วตามด้วยสีกันไฟ และปิดด้วย สีน้ำมันทาเหล็ก Neogloss เมื่อต้องการเฉดสีหรือกันสภาพอากาศ ผิวเหล็กก่อนรองพื้นต้องพ่นทรายถึงระดับ Sa 2.5 ตาม ISO 8501-1 หรืออย่างน้อยขัดด้วยเครื่องมือกลถึง St 3 หากพ่นทรายไม่ได้

สีรองพื้นทาหนาประมาณ 50 ไมครอน ถัง 25 กก. ทาได้ 60–80 ตร.ม. แล้วรอ 24 ชั่วโมงก่อนลงสีกันไฟ สีกันไฟ 1 ถัง 22 กก. ทาได้ 22–25 ตร.ม. ที่ความหนารวม 500 ไมครอน (TDS ให้ 1 ตร.ม./กก. เอกสารหน้างานของ Blue Rich ให้ 23–25 ตร.ม.) งานที่ต้องการ 1,200 ไมครอนตามตารางทดสอบข้างต้นจึงใช้สีราว 2.4 กก. ต่อ ตร.ม. และต้องทาหลายเที่ยว

ระยะเว้นระหว่างเที่ยวตาม TDS คือ 4 ชั่วโมงที่ 25–30°C แผ่นขั้นตอนของ Blue Rich แนะนำเว้น 24 ชั่วโมงเพื่อให้แต่ละรอบแห้งสนิทก่อนวัดความหนา สีทับหน้าลงได้หลังสีกันไฟชั้นสุดท้ายประมาณ 48 ชั่วโมง ที่ความหนา 50–100 ไมครอน หรือ 40–60 ไมครอนตาม TDS ของ Neogloss

การตรวจรับวัดจากความหนาฟิล์มแห้งจริงบนเหล็ก

ทุกวิธีทา ทั้งแปรง ลูกกลิ้ง และเครื่องพ่นไร้อากาศหัว 311 ที่แรงดัน 2,500–3,000 psi ให้ผลเท่ากันถ้าความหนาฟิล์มแห้งถึงค่าที่คำนวณ การตรวจรับจึงใช้เกจวัดความหนาอิเล็กทรอนิกส์อ่านค่าเป็นไมครอนบนชิ้นงานจริง ไม่ใช่นับจำนวนถังที่ใช้ไป รายงาน TÜV SÜD วัดความหนา 8 จุดต่อชิ้นแล้วเฉลี่ย ซึ่งเป็นแนวเดียวกับที่วิศวกรควบคุมงานทำหน้างาน

เอกสารที่โครงการต้องได้พร้อมงานมี 6 รายการ ได้แก่ หนังสือแสดงความยินยอมของผู้ควบคุมงาน (น.4-5) หนังสือรับรองของผู้ควบคุมงาน (น.4-9) หนังสือรับรองโครงสร้างเหล็กทนไฟพร้อมผลทดสอบแนบ รายการคำนวณความหนาฟิล์มรายชิ้นส่วน รายงานตรวจวัดความหนาหน้างานพร้อมภาพ และ TDS กับ SDS ของสี รายละเอียดการออกเอกสารอยู่ที่หน้ารับรองสีกันไฟโดยวุฒิวิศวกร

ขั้นตอนถัดไป

ส่งข้อมูล 4 อย่างนี้มาทาง LINE blue999 หรือหน้าติดต่อเรา เพื่อให้ทีมวิศวกรคำนวณความหนาฟิล์มรายชิ้นส่วนและสรุปปริมาณสี

  1. แบบโครงสร้าง BOQ หรือรายการเหล็กที่ระบุหน้าตัดและความยาว
  2. อัตราการทนไฟที่ผู้ออกแบบหรือบริษัทประกันภัยกำหนด (1, 1.5, 2 หรือ 3 ชั่วโมง)
  3. ตำแหน่งชิ้นส่วน ว่าเป็นเสากลางอาคารที่โดนไฟ 4 ด้าน หรือคานใต้พื้นที่โดนไฟ 3 ด้าน
  4. สภาพหน้างาน ภายในหรือภายนอกอาคาร และอาคารเปิดใช้งานอยู่ระหว่างทาหรือไม่

ผลที่ได้กลับมาคือรายการคำนวณความหนาต่อหน้าตัดตามค่า Hp/A จำนวนถังของสีรองพื้น (60–80 ตร.ม./ถัง) และสีกันไฟ (22–25 ตร.ม./ถัง ที่ 500 ไมครอน) และขอบเขตเอกสารรับรองที่ต้องออก ภาพรวมสินค้าและบริการทั้งระบบดูได้ที่หน้าสีกันไฟโครงสร้างเหล็ก Neocoat

คำถามที่พบบ่อย

สีกันไฟกับสีทนความร้อนต่างกันอย่างไร

สีกันไฟ (Intumescent Paint) พองตัวเป็นฉนวนเพื่อชะลอความร้อนเข้าเนื้อเหล็ก และมีผลทดสอบตาม ASTM E119 หรือ ISO 834 ระบุจำนวนนาที สีทนความร้อน (Heat Resistant Paint) ใช้ทาปล่องไฟหรือท่อไอเสียให้ฟิล์มไม่ลอกที่อุณหภูมิสูง แต่ไม่ได้หน่วงความร้อนให้เหล็กใต้ฟิล์ม ใช้แทนกันในงานโครงสร้างไม่ได้

ทาทับสีเดิมที่มีอยู่แล้วได้ไหม

ได้เมื่อสีเดิมเป็นสีรองพื้นกันสนิมที่ยังยึดเกาะดีและเข้ากับระบบ เอกสารของสูตรน้ำระบุรองพื้นที่ใช้ร่วมได้ เช่น Red Lead Iron Oxide, Epoxy Polyamide, Zinc Rich Epoxy และ Alkyd สีเก่าที่ลอกร่อน มีสนิม หรือไม่ทราบชนิดต้องขัดออกจนถึง St 3 แล้วรองพื้นใหม่ ส่งภาพหน้างานมาให้ประเมินก่อนสั่งสี

ทาด้วยแปรงกับพ่นด้วยเครื่องให้ผลต่างกันไหม

ความหนาฟิล์มแห้งคือสิ่งเดียวที่ผู้ตรวจรับดู งานพื้นที่ใหญ่พ่นด้วยเครื่องไร้อากาศเพื่อความเร็วและความสม่ำเสมอ อัตราการไหล 0.6–0.9 แกลลอนต่อชั่วโมง ส่วนซอกมุมและงานซ่อมใช้แปรงเก็บ ทุกวิธีต้องวัดความหนาด้วยเกจก่อนปิดงาน

ใช้กับโครงสร้างภายนอกอาคารได้ไหม

ได้ โดยเลือกสูตรน้ำมันและต้องมีสีทับหน้าที่เข้ากับระบบ 50–100 ไมครอน เพื่อกันความชื้นและรังสียูวี TDS ระบุระบบอีพ็อกซีสำหรับงานภายนอกไว้ด้วย คือรองพื้น Superguard Zinc H หรือ HB-SS และทับหน้า Superguard PU 777 ห้ามปล่อยฟิล์มสีกันไฟเปลือยกลางแจ้ง

สีเก็บได้นานเท่าไรก่อนเปิดใช้

สูตรน้ำมันเก็บได้ 2 ปีที่ 5–40°C สูตรน้ำเก็บได้ 1 ปีที่ 7–35°C ในถังที่ยังไม่เปิด ทั้งสองสูตรต้องพ้นแสงแดดและแหล่งความร้อน สั่งสีให้พอดีกับแผนงานแต่ละเฟสดีกว่าสต็อกทั้งโครงการไว้หน้างาน

ทาแล้วต้องทาซ้ำอีกเมื่อไร

ฟิล์มในอาคารที่แห้งและไม่ถูกกระแทกอยู่ได้ตามอายุของระบบสี สิ่งที่ต้องทำคือตรวจรอยขูดขีด ฟิล์มแตก หรือจุดที่ถูกต่อเติมเจาะเชื่อมภายหลัง แล้วซ่อมเฉพาะจุดให้ความหนากลับมาครบตามรายการคำนวณ จุดซ่อมต้องรอแห้งสนิท 72 ชั่วโมงเท่ากับงานใหม่ก่อนวัดความหนา