ระบบสีกันไฟ Neocoat มี 3 ชั้นตามที่ TDS กำหนด สีรองพื้นกันสนิมหนาประมาณ 50 ไมครอน สีกันไฟหนา 500–3,500 ไมครอนตามรายการคำนวณ และสีทับหน้า 50–100 ไมครอนเมื่องานอยู่ภายนอกหรือต้องการเฉดสี แต่ละชั้นมีตัวทำละลาย เวลาแห้ง และหน้าที่ของตัวเอง ข้ามชั้นใดชั้นหนึ่งหรือทาชั้นถัดไปเร็วเกินคือสาเหตุที่ฟิล์มหลุดร่อนและงานไม่ผ่านตรวจรับ

บทความนี้อธิบายการเตรียมผิวก่อนชั้นแรก หน้าที่และตัวเลขของแต่ละชั้น ตารางเวลาทาทั้งระบบสำหรับความหนา 1,200 ไมครอน และระบบอีพ็อกซีที่ใช้แทนได้ในงานภายนอก

ผิวเหล็กต้องสะอาดถึง Sa 2.5 ก่อนลงชั้นแรก

ทุกชั้นในระบบเกาะอยู่บนผิวเหล็ก ผิวที่มีสนิม คราบน้ำมัน จารบี เกลือ หรือฝุ่น ทำให้ทั้งระบบหลุดพร้อมกัน TDS ของ Neocoat กำหนดให้ขจัดคราบไขมันด้วยตัวทำละลายหรือน้ำยาล้างอุตสาหกรรมก่อน แล้วพ่นทรายให้ถึงระดับ Sa 2.5 ตาม ISO 8501-1 หรือ SSPC-SP 10 ซึ่งคือผิวโลหะเกือบขาว

หน้างานที่พ่นทรายไม่ได้ เช่น อาคารที่เปิดใช้งานอยู่ ใช้เครื่องมือกลขัดถึงระดับ St 3 แทนได้ตามที่ TDS อนุญาต ผิวที่ขัดเสร็จต้องลงสีรองพื้นภายในวันเดียวกัน ก่อนที่ความชื้นในอากาศจะทำให้เหล็กเปลือยเริ่มขึ้นสนิมใหม่ TDS ของสีรองพื้นกำหนดความชื้นสัมพัทธ์ไม่เกิน 85 % และอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 10°C ขณะทา

ชั้นที่ 1 สีรองพื้นกันสนิมยึดระบบไว้กับเหล็ก

สีรองพื้นกันสนิม Neocoat Primer เป็นสีอัลคีดผสมสารกันสนิม red oxide มีเฉดแดงและเทา ปริมาณของแข็งโดยปริมาตร 65 ± 2 % TDS แนะนำความหนาฟิล์มแห้ง 50 ไมครอน อัตราการทาทางทฤษฎี 13 ตร.ม. ต่อลิตร ถัง 25 กก. (5 แกลลอน) ทาได้ 60–80 ตร.ม. ตามหน้าสินค้า

สีรองพื้นแห้งสัมผัสใน 5–6 นาที และทาทับได้หลัง 4–6 ชั่วโมงที่ 25°C แผ่นขั้นตอนหน้างานของ Blue Rich ให้รอ 24 ชั่วโมงเพื่อให้แห้งสนิทก่อนลงสีกันไฟ ผสมและล้างด้วย Thinner 4K No.15 ที่ 5–10 % โดยปริมาตร จุดวาบไฟ 27°C จึงต้องเก็บห่างประกายไฟเช่นเดียวกับสีกันไฟสูตรน้ำมัน

สีกันไฟสูตรน้ำใช้กับรองพื้นได้ 5 ชนิดตามเอกสารขั้นตอน คือ Red Lead Iron Oxide, Epoxy Polyamide, Vinyl Modified Epoxy, Zinc Rich Epoxy และ Alkyd โครงการที่มีรองพื้นเดิมอยู่แล้วต้องส่งชื่อรุ่นและสภาพฟิล์มมาให้ตรวจก่อน รองพื้นที่ไม่ได้รับอนุมัติจากผู้ผลิต Neocoat อาจทำปฏิกิริยากับชั้นสีกันไฟจนหลุดล่อน

ชั้นที่ 2 สีกันไฟคือชั้นที่กำหนดชั่วโมงทนไฟ

สีกันไฟ Neocoat Intumescent Paint-S ทาเปียก 500 ไมครอนได้ฟิล์มแห้ง 250 ไมครอนต่อเที่ยวตาม TDS อัตราการทา 1 ตร.ม. ต่อสี 1 กก. ที่ 500 ไมครอน ความหนารวมที่ต้องได้อยู่ในช่วง 500–3,500 ไมครอนตามค่า Hp/A ของหน้าตัดและชั่วโมงที่ออกแบบ งานส่วนใหญ่จึงทาหลายเที่ยว

ตัวทำละลายมีสองข้อมูลที่ต้องยกทั้งคู่ TDS ของผู้ผลิตระบุ THINNER 4K NO.10 หรือทินเนอร์อะคริลิกที่ 15–20 % ส่วนแผ่นขั้นตอนของ Blue Rich ระบุทินเนอร์ 3A อินทนิล (AAA) ประมาณ 10 % หรือ 2–3 กก. ต่อถัง 22 กก. Neocoat Intumescent Paint-W สูตรน้ำผสมน้ำสะอาด 10–20 % และล้างอุปกรณ์ด้วยน้ำ

เวลาแห้งที่ 25–30°C คือสัมผัส 1–2 ชั่วโมง ทาทับ 4 ชั่วโมง แห้งสนิท 72 ชั่วโมง แผ่นขั้นตอนหน้างานให้เว้นระหว่างรอบ 24 ชั่วโมง ทั้งสองค่าเป็นขั้นต่ำและค่าแนะนำตามลำดับ ทาทับเร็วกว่า 4 ชั่วโมงทำให้ตัวทำละลายของเที่ยวก่อนถูกกักในฟิล์ม แห้งไม่ทั่ว และวัดความหนาได้ค่าไม่นิ่ง กลไกการพองตัวและผลทดสอบของชั้นนี้อ่านได้ที่บทความสีกันไฟโครงสร้างเหล็ก พองตัวเป็นฉนวนกันเหล็กร้อนถึง 550°C

ชั้นที่ 3 สีทับหน้ากันความชื้นและให้เฉดสีตามแบบ

ฟิล์มสีกันไฟที่โดนน้ำฝนหรือความชื้นโดยตรงจะบวมและร่อน สีทับหน้าคือชั้นที่ปิดเรื่องนี้ สีน้ำมันทาเหล็ก Neogloss เป็นอัลคีดชนิด long oil ปริมาณของแข็งโดยปริมาตร 60 ± 2 % TDS แนะนำความหนาฟิล์มแห้ง 40–60 ไมครอน อัตราการทา 10–15 ตร.ม. ต่อลิตร ส่วนแผ่นขั้นตอนของ Blue Rich กำหนดชั้นทับหน้าไว้ 50–100 ไมครอน

สีทับหน้าลงได้หลังสีกันไฟชั้นสุดท้ายประมาณ 48 ชั่วโมง แห้งสัมผัสใน 2–3 ชั่วโมง และบ่มตัวเต็มที่ใน 48–72 ชั่วโมง ผสม Thinner AAA 5–10 % โดยปริมาตร ทาได้ที่ 5–45°C ความชื้น 10–85 % สูตรน้ำใช้สีทับหน้าได้ทั้งอะคริลิก อีพ็อกซี และโพลียูรีเทน ตามเอกสารขั้นตอนของผู้ผลิต

งานภายในอาคารที่โครงสร้างไม่โชว์และไม่มีความชื้น ผู้ออกแบบอาจละชั้นนี้ได้ งานภายนอก งานที่มีไอน้ำ หรือคานที่โชว์เป็นส่วนสถาปัตย์ต้องมีสีทับหน้าเสมอ ถัง Neogloss ขนาด 5 แกลลอน (18.9 ลิตร) ทาได้ราว 190–280 ตร.ม. ต่อเที่ยวตามอัตรา 10–15 ตร.ม. ต่อลิตร จึงมักเป็นสัดส่วนเล็กที่สุดของงบวัสดุ

ตารางเวลาทาทั้งระบบสำหรับความหนา 1,200 ไมครอน

สมมติคานเหล็กที่รายการคำนวณกำหนดสีกันไฟ 1,200 ไมครอน ทาเที่ยวละ 250 ไมครอนตาม TDS ต้องทา 5 เที่ยว ตารางนี้เทียบสองกรณี คือเว้นระหว่างเที่ยวตามค่าขั้นต่ำใน TDS และตามคำแนะนำหน้างานของ Blue Rich

ขั้นงานความหนาสะสมของสีกันไฟเว้นตาม TDS (4 ชม.)เว้นตามแผ่นขั้นตอน (24 ชม.)
1เตรียมผิว Sa 2.5 + รองพื้น 50 ไมครอน0วันที่ 1วันที่ 1
2สีกันไฟเที่ยว 1250วันที่ 2 เช้าวันที่ 2
3สีกันไฟเที่ยว 2500วันที่ 2 บ่ายวันที่ 3
4สีกันไฟเที่ยว 3750วันที่ 3 เช้าวันที่ 4
5สีกันไฟเที่ยว 41,000วันที่ 3 บ่ายวันที่ 5
6สีกันไฟเที่ยว 51,250วันที่ 4 เช้าวันที่ 6
7รอ 48 ชม. แล้วทาทับหน้า1,250 + ทับหน้า 50–100วันที่ 6วันที่ 8
8วัด DFT ตัดสินหลังแห้งสนิท 72 ชม.วันที่ 7วันที่ 9

ปริมาณวัสดุของงานเดียวกันบนพื้นที่ผิวเหล็ก 500 ตร.ม. คิดได้จากอัตราการทาแต่ละชั้น รองพื้น 60–80 ตร.ม. ต่อถัง 25 กก. ใช้ 7–9 ถัง สีกันไฟ 1 กก. ต่อ ตร.ม. ที่ 500 ไมครอน จึงใช้ 2.4 กก. ต่อ ตร.ม. ที่ 1,200 ไมครอน รวม 1,200 กก. หรือราว 55 ถังขนาด 22 กก. ก่อนเผื่อการสูญเสีย และสีทับหน้า 10–15 ตร.ม. ต่อลิตร ใช้ 2–3 ถัง 5 แกลลอน ตัวเลขเผื่อการสูญเสียจากการพ่นและเศษก้นถังคิดเพิ่มตามลักษณะงาน

ตัวเลขวันไม่รวมเวลาเผื่อฝนและความชื้น สูตรน้ำต้องทาที่ 10–35°C และเลี่ยงวันความชื้นสูง กรณีที่ทาที่ 200 ไมครอนต่อรอบตามแผ่นขั้นตอนต้องเพิ่มเป็น 6 รอบ แผนงานที่กำหนดวันส่งมอบก่อนเห็นตารางนี้มักพลาดที่ขั้น 7 และ 8 เพราะลืมนับวันรอแห้งสนิทก่อนวัด ผู้ที่วัดและบันทึกแต่ละขั้นคือวิศวกรควบคุมสีกันไฟ ตามที่อธิบายในบทความวิศวกรควบคุมงานสีกันไฟ ตรวจวัดความหนาฟิล์มทุกชิ้นก่อนปิดงาน

ระบบอีพ็อกซีใช้แทนระบบสีน้ำมันในงานภายนอกและงานเคมี

TDS ของ Neocoat กำหนดระบบไว้ 2 ชุด ระบบสีน้ำมันคือ Neocoat Primer, Neocoat Intumescent Paint-S และ Neogloss Enamel ส่วนระบบอีพ็อกซีคือรองพื้น Superguard Zinc H หรือ HB-SS, Neocoat Intumescent Paint-S และทับหน้า Superguard FX-G สำหรับภายใน หรือ Superguard PU 777 สำหรับภายนอก

ชั้นสีกันไฟเหมือนกันทั้ง 2 ระบบ สิ่งที่เปลี่ยนคือรองพื้นและทับหน้า งานภายนอกที่รับแดดฝน งานโรงงานที่มีไอเคมี หรืองานที่ผู้ออกแบบระบุสีอีพ็อกซีในสเปกอยู่แล้ว ใช้ระบบที่สอง ความหนาของชั้นสีกันไฟยังคิดจากตารางเดียวกันที่ 250 ไมครอนต่อเที่ยว โครงการที่ตั้งใจใช้รองพื้นหรือทับหน้านอกรายการนี้ต้องส่งชื่อรุ่นมาให้ตรวจความเข้ากันก่อนสั่ง

ขั้นตอนถัดไป

ส่งรายการคำนวณความหนา (หรือแบบโครงสร้างถ้ายังไม่มี) พร้อมระบุว่างานอยู่ภายในหรือภายนอกอาคาร มีสีเดิมบนเหล็กหรือไม่ และกำหนดส่งมอบ มาที่ LINE blue999 หรือหน้าติดต่อเรา ทีมงานจะสรุประบบสีที่ใช้ จำนวนถังของแต่ละชั้น ตัวทำละลายและอัตราผสม พร้อมตารางเวลาทาที่นับวันรอแห้งให้แล้ว

คำถามที่พบบ่อย

ข้ามสีรองพื้นแล้วทาสีกันไฟลงบนเหล็กเปล่าได้ไหม

ไม่ได้ ระบบใน TDS เริ่มที่สีรองพื้นทุกกรณี และหน้าสินค้าระบุว่าต้องเป็นรองพื้นที่ผู้ผลิต Neocoat อนุมัติ เหล็กเปล่าที่ทาสีกันไฟตรง ๆ ขึ้นสนิมใต้ฟิล์มและดันฟิล์มหลุดภายในไม่กี่เดือน และงานจะไม่ผ่านตรวจรับตั้งแต่ขั้นตรวจระบบสี

ทาสีกันไฟบนเหล็กชุบสังกะสีหรือเหล็กที่มีสีเดิมได้ไหม

สีเดิมที่เป็นรองพื้นในรายการที่ผู้ผลิตอนุมัติและยังยึดเกาะดี ทาทับได้ สีเดิมที่ไม่ทราบชนิดหรือลอกร่อนต้องขัดออกถึง St 3 แล้วรองพื้นใหม่ เหล็กชุบสังกะสีต้องส่งภาพและสเปกมาให้ตรวจก่อน เพราะรองพื้นอัลคีดทั่วไปยึดเกาะบนสังกะสีได้ไม่ดี ระบบอีพ็อกซีที่ใช้รองพื้น Superguard Zinc H หรือรองพื้นในกลุ่ม Zinc Rich Epoxy ที่เอกสารของสูตรน้ำระบุไว้ เป็นทางเลือกที่ผู้ออกแบบมักกำหนดในกรณีนี้

สีทับหน้าจำเป็นเมื่อไร

จำเป็นทุกกรณีที่โครงสร้างอยู่ภายนอกอาคาร โดนความชื้นหรือไอน้ำ หรือต้องการเฉดสีตามแบบสถาปัตย์ งานภายในที่แห้งและไม่โชว์โครงสร้างละได้ตามที่ผู้ออกแบบระบุ ความหนาที่ใช้คือ 50–100 ไมครอนตามแผ่นขั้นตอน

ใช้ทินเนอร์ตัวไหนผสมสีกันไฟ

TDS ของผู้ผลิตระบุ THINNER 4K NO.10 หรือทินเนอร์อะคริลิกที่ 15–20 % ส่วนแผ่นขั้นตอนของ Blue Rich ใช้ทินเนอร์ AAA ประมาณ 10 % ให้ยึดตามที่ระบุในใบเสนอราคาของโครงการ และไม่ผสมเกินอัตรา เพราะทินเนอร์ที่มากเกินลดความหนาฟิล์มแห้งต่อเที่ยวลงจาก 250 ไมครอน

ระบบทั้ง 3 ชั้นใช้เวลากี่วัน

ความหนา 1,200 ไมครอนใช้ 7 วันเมื่อเว้นระหว่างเที่ยว 4 ชั่วโมงตาม TDS และ 9 วันเมื่อเว้น 24 ชั่วโมงตามแผ่นขั้นตอน รวมวันรอแห้งสนิท 72 ชั่วโมงก่อนวัดตัดสินด้วยเกจ DFT ความหนาที่มากกว่านี้เพิ่มวันตามจำนวนเที่ยว เช่น 2,000 ไมครอนต้องทา 8 เที่ยว เพิ่มอีก 2–3 วันจากตาราง