วิศวกรควบคุมงานสีกันไฟตรวจงาน 6 จุดตามลำดับ ตั้งแต่ผิวเหล็กก่อนรองพื้น ระบบสีที่เข้าหน้างาน วิธีทา จำนวนเที่ยวและความหนาแต่ละเที่ยว สีทับหน้า จนถึงบันทึกผลวัดที่ส่งให้โครงการ ค่าที่ตัดสินคือความหนาฟิล์มแห้ง (DFT) เป็นไมครอนบนชิ้นงานจริง ไม่ใช่จำนวนถังที่ใช้ไป งานที่มีบันทึกครบตั้งแต่ต้นออกแบบ น.4-5 และ น.4-9 ได้ทันทีที่งานเสร็จ

บทความนี้อธิบายว่าจุดตรวจทั้ง 6 ตรวจอะไร วัดด้วยเครื่องมือใด ค่าที่ต้องได้ในแต่ละชั้นสีตั้งแต่ 50 ถึง 3,500 ไมครอนเป็นเท่าไร และบันทึกที่ส่งกลับโครงการหน้าตาอย่างไร

จุดตรวจที่ 1 ผิวเหล็กก่อนรองพื้นต้องถึง Sa 2.5 หรือ St 3

ผิวเหล็กที่ยังมีคราบน้ำมัน จารบี สนิม คราบเกลือ หรือฝุ่น คือสาเหตุอันดับหนึ่งของงานสีกันไฟที่หลุดล่อนภายหลัง TDS ของ Neocoat กำหนดให้พ่นทรายถึงระดับ Sa 2.5 ตาม ISO 8501-1 หรือ SSPC-SP 10 และถ้าพ่นทรายไม่ได้ให้ขัดด้วยเครื่องมือกลถึง St 3 วิศวกรตรวจระดับความสะอาดนี้ก่อนอนุญาตให้ลงสีรองพื้น

สภาพอากาศเป็นอีกเงื่อนไข เอกสารขั้นตอนของสูตรน้ำระบุอุณหภูมิหน้างาน 10–35°C และ TDS ของสีรองพื้นกำหนดความชื้นสัมพัทธ์ไม่เกิน 85 % งานหน้าฝนต้องมีหลังคาคลุมชิ้นงาน วันที่ความชื้นสูงจนผิวเหล็กเกิดหยดน้ำ วิศวกรสั่งเลื่อนการทา

ความพร้อมของหน้างานตรวจตามรายการ 8 ข้อในเอกสารขั้นตอนของผู้ผลิต ได้แก่ ไฟฟ้า น้ำประปา การระบายอากาศ แสงสว่าง นั่งร้าน อุปกรณ์การทำงาน หน้ากาก และสถานที่ทิ้งขยะ พร้อมวัสดุคลุมป้องกันบริเวณข้างเคียงจากละอองสี รายการนี้ดูเล็กแต่เป็นสิ่งที่ทำให้งานหยุดกลางคันบ่อยที่สุด โดยเฉพาะนั่งร้านที่ไม่พอสำหรับวัดความหนาที่ระดับความสูงของคาน

จุดตรวจที่ 2 ระบบสีที่เข้าหน้างานต้องตรงกับที่คำนวณ

โครงสร้างต้องทาสีรองพื้นกันสนิม Neocoat Primer ก่อนสีกันไฟทุกครั้ง และต้องเป็นรองพื้นที่ผู้ผลิตอนุมัติ วิศวกรเทียบฉลากถังกับระบบสีในรายการคำนวณ ทั้งชื่อรุ่น สูตร (น้ำมันหรือน้ำ) และวันผลิต เพราะสูตรน้ำมันเก็บได้ 2 ปี ส่วนสูตรน้ำเก็บได้ 1 ปี

โครงการที่จัดหาสีเองต้องส่ง TDS และผลทดสอบของสีตัวนั้นมาก่อนเริ่ม ตัวเลขความหนาในรายการคำนวณผูกกับผลทดสอบของผลิตภัณฑ์ สีกันไฟ Neocoat Intumescent Paint-S กับ Neocoat Intumescent Paint-W มีอัตราการทา 1 ตร.ม./กก. ที่ 500 ไมครอนเท่ากัน แต่ตัวทำละลายและเงื่อนไขหน้างานต่างกัน สลับสูตรกลางงานโดยไม่แจ้งไม่ได้

จุดตรวจที่ 3 วิธีทาเลือกตามหน้างาน แต่เกณฑ์ผ่านคือความหนา

แปรงและลูกกลิ้งทำงานได้ง่าย ไม่ต้องใช้อุปกรณ์และความชำนาญ ค่าการสูญเสียต่ำ เหมาะกับงานซ่อม ซอกมุม และงานปริมาณน้อย เครื่องพ่นไร้อากาศ (Airless) ใช้คนน้อยและเร็ว แต่ผู้พ่นต้องชำนาญและมีค่าสูญเสียสูง TDS ระบุหัวพ่นเบอร์ 311 รูพ่น 0.79 มม. มุม 60° แรงดัน 2,500–3,000 psi

วิศวกรกำหนดวิธีทำงานให้เหมาะกับลักษณะและปริมาณงานตั้งแต่ก่อนเริ่ม แล้วคุมด้วยเกณฑ์เดียวคือความหนาฟิล์มที่ได้ งานพ่นที่คนพ่นเดินเร็วเกินให้ฟิล์มเปียกต่ำกว่า 500 ไมครอน งานแปรงที่ทาซ้ำจุดเดิมให้ฟิล์มหนาเกินและแห้งช้ากว่า 4 ชั่วโมง ทั้งสองกรณีถูกจับได้จากการวัดฟิล์มเปียกทันทีหลังทา

จุดตรวจที่ 4 ความหนาแต่ละเที่ยววัดสองครั้ง เปียกและแห้ง

ความหนาฟิล์มเปียก (WFT) วัดด้วยหวีวัดทันทีหลังทาแต่ละเที่ยว ใช้คุมงานระหว่างทำ ความหนาฟิล์มแห้ง (DFT) วัดด้วยเกจอิเล็กทรอนิกส์เมื่อสีแห้ง ใช้ตัดสินงาน TDS ของ Neocoat ให้ค่าอ้างอิงต่อเที่ยวคือ WFT 500 ไมครอนได้ DFT ประมาณ 250 ไมครอน ส่วนแผ่นขั้นตอนหน้างานของ Blue Rich ประเมินไว้ราว 200 ไมครอนต่อรอบ

ชั้นสีความหนาที่ตรวจเวลารอก่อนชั้นถัดไปเครื่องมือ
สีรองพื้นกันสนิม Neocoat PrimerDFT ประมาณ 50 ไมครอน4–6 ชม. ตาม TDS ของรองพื้น หรือ 24 ชม. ตามแผ่นขั้นตอนหน้างานเกจ DFT
สีกันไฟ แต่ละเที่ยวWFT 500 ไมครอน → DFT 250 ไมครอน4 ชม. ตาม TDS หรือ 24 ชม. ตามแผ่นขั้นตอนหน้างานหวี WFT + เกจ DFT
สีกันไฟ รวมทุกเที่ยวDFT ตามรายการคำนวณ ในช่วง 500–3,500 ไมครอนแห้งสนิท 72 ชม. ก่อนวัดตัดสินเกจ DFT
สีทับหน้า NeoglossDFT 50–100 ไมครอน (TDS ของ Neogloss 40–60)ทาหลังสีกันไฟชั้นสุดท้าย 48 ชม.เกจ DFT

ความหนาชั้นสีกันไฟที่ต้องได้อยู่ในช่วง 500–3,500 ไมครอน ตามอัตราการทนไฟและค่า Hp/A ของแต่ละหน้าตัด วิศวกรกำหนดจำนวนเที่ยวจากค่านี้ล่วงหน้า และเข้าวัดระหว่างทำ ไม่รอวัดทีเดียวตอนจบ เพราะถ้าพบว่าบางตอนเที่ยวสุดท้าย การทาเพิ่ม 1 เที่ยวก็ต้องรออีก 4–24 ชั่วโมงและวัดใหม่ ที่มาของตัวเลขความหนาต่อหน้าตัดอ่านได้ที่บทความความหนาสีกันไฟ คำนวณจากค่า Hp/A และอัตราการทนไฟของอาคาร

จุดวัดต่อชิ้นและเกณฑ์ผ่านกำหนดไว้ก่อนเริ่มงาน

รายงาน TÜV SÜD BLS/R24/8044 วัดความหนา 8 จุดต่อชิ้นงาน แยกชั้นรองพื้น ชั้นสีกันไฟ และชั้นทับหน้า แล้วหาค่าเฉลี่ย งานหน้างานใช้หลักเดียวกัน คือกระจายจุดวัดไปทั้งปีกและเอวของหน้าตัด ทั้งสองระดับความสูงของเสา และหาค่าเฉลี่ยต่อชิ้น เกณฑ์ที่ Blue Rich ใช้ตัดสินคือค่าเฉลี่ยต่อชิ้นไม่ต่ำกว่ารายการคำนวณ

เสาหรือคานที่วัดแล้วต่ำกว่าเกณฑ์ถูกทำเครื่องหมายและทาเพิ่มเฉพาะชิ้นอีก 1 เที่ยว ไม่ต้องทาเพิ่มทั้งอาคาร ขั้นตอนนี้คือเหตุผลที่บันทึกต้องระบุตำแหน่ง เพราะผู้ตรวจของโครงการอาจสุ่มวัดซ้ำที่ชิ้นเดียวกันแล้วเทียบกับค่าในรายงาน

จุดตรวจที่ 5 สีทับหน้าปิดงานเพื่อกันความชื้นเข้าสีกันไฟ

ฟิล์มสีกันไฟที่โดนน้ำฝนหรือความชื้นโดยตรงจะบวมและร่อน สีทับหน้าคือชั้นที่กันเรื่องนี้ วิศวกรตรวจว่าสีน้ำมันทาเหล็ก Neogloss หรือสีทับหน้าที่เข้ากับระบบถูกทาครบตามที่กำหนดที่ 50–100 ไมครอน หลังสีกันไฟชั้นสุดท้ายแห้งราว 48 ชั่วโมง งานภายนอกอาคารข้ามชั้นนี้ไม่ได้ ส่วนงานภายในที่โครงสร้างไม่โชว์อาจละได้ตามที่ผู้ออกแบบระบุ

งานภายนอกที่ผู้ออกแบบกำหนดระบบอีพ็อกซี TDS ของ Neocoat ระบุคู่ระบบไว้แล้ว คือรองพื้น Superguard Zinc H หรือ HB-SS และทับหน้า Superguard PU 777 สำหรับภายนอก (FX-G สำหรับภายใน) วิศวกรตรวจว่าสีทับหน้าที่เข้าหน้างานอยู่ในรายการที่ผู้ผลิตอนุมัติ เพราะสีทับหน้าที่ไม่เข้ากับระบบอาจทำให้ฟิล์มสีกันไฟย่นหรือหลุดภายในไม่กี่สัปดาห์

จุดตรวจที่ 6 บันทึกที่ส่งกลับโครงการเป็นหลักฐานของเอกสารรับรอง

บันทึกผลตรวจประกอบด้วยตารางค่า DFT ต่อจุดต่อชิ้น ตำแหน่งชิ้นส่วนอ้างอิงกับแบบ วันที่วัด และภาพงานระหว่างทำแต่ละขั้น ชุดนี้แนบไปกับหนังสือรับรองและรายการคำนวณที่วุฒิวิศวกรลงนาม และเป็นฐานให้วิศวกรผู้ควบคุมงานระดับภาคีโยธาลงนามในแบบ น.4-5 และ น.4-9 รายละเอียดเอกสารทั้ง 6 ฉบับอยู่ในบทความเอกสารรับรองสีกันไฟ น.4-5 และ น.4-9 พร้อมก่อนยื่นขออนุญาต

บริการวิศวกรควบคุมสีกันไฟรับทั้งงานที่ทีมช่างของโครงการทาเอง และงานที่ Blue Rich รับเหมาทา รวมถึงงานในโรงประกอบที่ทาชิ้นส่วนก่อนยกติดตั้ง กรณีโรงประกอบ วิศวกรวัดครบทุกชิ้นในโรงงานแล้วตรวจซ้ำเฉพาะจุดเชื่อมต่อและจุดกระแทกหลังติดตั้งที่หน้างาน โดยจุดซ่อมต้องรอแห้งสนิท 72 ชั่วโมงเท่างานใหม่ก่อนวัด

ขั้นตอนถัดไป

แจ้งกำหนดการทาสี (วันเริ่มเตรียมผิว จำนวนชิ้นส่วน และหน้างานอยู่จังหวัดใด) พร้อมรายการคำนวณความหนาที่มี มาที่ LINE blue999 หรือหน้าติดต่อเรา ทีมงานจะเสนอรอบเข้าตรวจ จำนวนจุดวัดต่อชิ้น และแบบฟอร์มบันทึกที่จะใช้ โครงการที่ยังไม่มีรายการคำนวณ ใช้บริการวุฒิวิศวกรโยธารับรองสีกันไฟควบคู่กันได้ในงานเดียว

คำถามที่พบบ่อย

วิศวกรต้องอยู่หน้างานทุกวันไหม

ไม่จำเป็น การเข้าตรวจนัดรวมรอบให้ตรงกับความคืบหน้าของงาน คือก่อนรองพื้น หลังรองพื้น และหลังสีกันไฟแต่ละเที่ยวหรือทุก 2 เที่ยวตามที่ตกลง งานต่างจังหวัดคิดค่าเดินทางตามระยะทางและจำนวนครั้ง แสดงแยกบรรทัดในใบเสนอราคา

วัดแล้วบางกว่าที่กำหนดต้องทำอย่างไร

ทาเพิ่มเฉพาะชิ้นที่ต่ำกว่าเกณฑ์อีก 1 เที่ยว รอแห้งตาม TDS อย่างน้อย 4 ชั่วโมงหรือตามแผ่นขั้นตอน 24 ชั่วโมง แล้ววัดใหม่ทั้ง 8 จุด ค่าใหม่บันทึกทับค่าเดิมพร้อมวันที่ ไม่ลบประวัติ

ใช้ทีมช่างของโครงการทาเองแล้วจ้างเฉพาะควบคุมงานได้ไหม

ได้ ทีมงานตรวจการเตรียมผิว ระบบสี 3 ชั้น และความหนาแต่ละเที่ยว แล้วส่งบันทึกให้ ถ้าทีมช่างยังไม่เคยทาสีกันไฟ Blue Rich สอนวิธีทาและการคุมความหนาที่ WFT 500 ไมครอนต่อเที่ยวให้ก่อนเริ่มงาน

เกจวัดความหนาใช้กับสีทุกชั้นได้ไหม

เกจแม่เหล็กอ่านความหนารวมของทุกชั้นบนเหล็ก ค่าสีกันไฟจึงได้จากค่ารวมลบค่ารองพื้นที่วัดไว้ก่อน ตามวิธีเดียวกับรายงาน TÜV SÜD ที่แยกค่า primer, intumescent และ topcoat ต่อจุด วิศวกรจึงต้องวัดหลังรองพื้นเสร็จก่อนเสมอ

งานทาในโรงประกอบก่อนยกติดตั้งควบคุมได้ไหม

ได้ และมักคุมง่ายกว่าหน้างานเพราะอุณหภูมิและความชื้นคงที่ วัดครบทุกชิ้นในโรงงาน แล้วตรวจซ้ำที่หน้างานเฉพาะรอยเชื่อม รอยขูดจากการขนส่ง และจุดที่ทาซ่อม